บ้านกุดโง้ง ต.โพนข่า อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

   หน้าบ้าน     ประวัติ     สินค้า OTOP     แผนที่     การเดินทาง     เทศกาลประเพณี     สมุดเยี่ยม  plus.gif  เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   ติดต่อ

เมนู
หน้าหลัก
ประวัติ
สินค้า Otop
แผนที่
การเดินทาง
ท่องเที่ยว
สมุดเยี่ยม
Webbord
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อ Webmaster

ขอต้อนรับสู่
เว็บไซค์บ้านกุดโง้ัง อ.เมือง ศรีสะเกษ
www.ban-kutngong.com

***************************************

ขอเชิญสืบสานและเที่ยวงาน
ประเพณีสงกรานต์
ที่บ้านกุดโง้ง ตำบลโพนข่า
อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ
วันที่ 11-13 เมษายน 2550


***************************************
  >> ข้อมูลจังหวัดศรีสะเกษ
        Information
            ข้อมูลทั่วไป
            ประวัติเมืองศรีสะเกษ
            ลำดวนต้นไม้ประจำจังหวัด...
        หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์
            OTOP Champion 2004
            ผลิตภัณฑ์เกวียนน้อย
            ผลิตภัณฑ์ครุน้อย
:: บ้านกุดโง้งควรมีการพัฒนา ::
ส่วนใดเป็นการเร่งด่วน!!!

ทางเข้าหมู่บ้าน
ความสะอาดภายในหมู่บ้าน
ระบบระบายน้ำเสีย
เพิ่มหลอดไฟตามถนน


ผลการโหวต
Power by Thaimisc.com

  >> ค้นหา

Google

  >> แลกลิงค์กับเรา
           
  >> สถิติของผู้เข้าชม

   Online : 2
จำนวนผู้เยี่ยมชม
ตั้งแต่: 09/03/06
       
       
       
       
       
       
       
      ราคาน้ำมันวันนี้
 
ประวัติและความเป็นมา

ก่อนที่ท่านผู้อ่านจะได้ทราบประวัติและความเป็นมาของหมู่บ้านอันเก่าแก่แต่โบราณอันมีนามว่า (บ้านกุดโง้ง) นั้นจะขอกล่าวถึงประวัติของเมืองลาว หรือประเทศลาวใน 241 ปีเศษก่อน เพราะชาวบ้านกุดโง้งได้สืบเชื้อสายมาจากลาวเผ่าหนึ่ง ที่เรียกงานกันว่า ลาวซัน หรือลาวสั้น

ในสมัยดั้งเดิมประเทศลาวได้แบ่งการปกครองออกเป็น 3 รัฐ หรือเป็น 3 ภาค ตามลำดับดังนี้
1. ลาวเหนือ ได้แก่แคว้นหลวงพระบาง มีเจ้าผู้ครองนคร
2. ลาวกลาง ได้แก่แคว้นเวียงจันทน์ เป็นลาวกลาง
3. ลาวใต้ ได้แก่แคว้นนครจำปาศักดิ์ เป็นเผ่าลาวซัน

ประชาชนชาวบ้านกุดโง้งเป็นชนเผ่าลาวซัน เพราะมีลีลาการพูดเสียงสั้น แหลมและเร็วกว่าการพูดของเผ่าลาวเหนือ และลาวกลาง ซึ่งผิดกันไปเป็นอย่างมาก ต่อไปนี้จะได้นำประวัติบ้านกุดโง้ง (และเมืองศรีสะเกษ) มาเล่าให้ท่านทราบ เพื่อจะได้รู้เสียที่ว่า ชนเผ่าบ้านกุดโง้งและเมืองศรีสะเกษนี้มาจากเผ่าไหนอย่างไร และใครเป็นผู้นำเผ่าพลมาตั้งถิ่นฐานและตั้งบ้านเมืองขึ้นราวพุทธศักราชเท่าใด และขออภัยถ้าหากมีการเล่าผิดพลาด และหวังในความกรุณาแก้ไข เพื่อให้ถูกต้องโดยสมบูรณ์ด้วย

เกิดสงครามลาวกับลาวรบกันเอง
ตามหนังสือประวัติศาสตร์ลาวใต้แห่งเมืองนครจำปาศักดิ์กล่าวไว้ว่า ลาวทั้งสามภาคได้เกิดรบราฆ่าฟันกันเองเป็นการใหญ่ต่างฝ่ายก็ต่างแก่งแย่งชิงกันเพื่อความเป็นใหญ่ โดยฝ่ายเจ้าอนุวงศ์คิดตั้งตัวเป็นใหญ่ รังแกเพื่อนบ้าน ยกย่องเอาญวนเข้ามาช่วยทำการรบ ฆ่าฟันเพื่อนลาวจนยับเยิน ลาวจึงได้แตกระส่ำระสาย กลัวภัยสงครามคิดหนีเอาตัวรอด

ครั้นต่อมาในระหว่างปีพุทธศักราช 2310 พวกลาวที่รักความสงบจึงได้พากันอพยพข้ามแม่น้ำโขงมาอยู่ฝั่งขวา ซึ่งปัจจุบันนี้ ได้แก่ดินแดนภาคอีสานของประเทศไทยเราและการอพยพครั้งนั้นมากันเป็น3 พวก คือ

พวกที่ 1 เจ้าพระวอเป็นหัวหน้า พาสมัครพรรคพวกมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองอุบล คือ จังหวัดอบลราชธานีทุกวันนี้

พวกที่ 2 เจ้าพระตา ได้คุมสมัครพรรคพวกมาตั้งอยู่ที่หนองบัวหลุ่มภู (เดิมจังหวัดอุดรธานี) ปัจจุบันบันเป็นจังหวัดหนองบัวลำภู

พวกที่ 3 เจ้าชัยสารโพธิราช ซึ่งอพยพมาจากนครจำปาศักด์ ทางเมืองสุกูมา หรือเมืองสุกุมา (ชื่อเดิม) ได้คุมสมัครพรรคพวกร่นถอยมาทางทิศตะวันตก และได้ทำการสู้รบกับพวกเจ้าของถิ่นเดิม ซึ่งเรียกกันว่า เผ่าคร้า หรือ ข่า เยอ และ ขอม พวกนี้มีใจอำมหิตเหี้ยมโหดมาก ได้สู้รบกันกันอย่างสุดความสามารถกันทั้งสองฝ่าย แต่ในที่สุดพละกำลังและสติปัญญาสู้พระเจ้าชัยสารไม่ได้ เพราะขาดความสามัคคี ได้แตกกระจัดกระจายหนีไป ส่วนพวกที่ไม่อาจหนีก็ยอมอ่อนน้อมขอเข้าเป็นพรรคพวกของเจ้าชัยสารโพธิราชผู้ชนะต่อไป

เจ้าชัยสารโพธิราชผู้พิชิตชนเผ่าข่า ขอม ส่วย และเยอนี้แล คือ วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เป็นผู้ก่อตั้งสร้างบ้านกุดโง้งเป็นต้นตระกูล เป็นบรรพบุรุษที่ฉลาดหลักแหลมของพวกเราชาวบ้านกุดโง้ง สืบเชื้อสายมาจนบัจจุบันครับ...

เมื่อท่านได้ทราบแล้ว่า หมู่บ้านกุดโง้งของเราเป็นชาวเผ่าลาวซัน อพยพมาจากเมืองจำปาศักดิ์ โดยมีพระเจ้าชัยสารโพธิราช บุตรของเจ้าศรีสุขแห่งเมืองจำปาศักดิ์เป็นผู้ชักนำสมัครพรรคพวกมาตั้งเป็นปฐม และเมืองศรีสะเกษก็เป็นชนเผ่าลาวซันเช่นเดียวกัน พิสูจน์ได้จากภาษาสำเนียงคำพูดระหว่างชนชาวจำปาศักดิ์กับชาวศรีสะเกษจะไม่ผิดเพี้ยนแตกต่างกันเลย (เว้าคือกัน) เช่น คำว่ากิน ไป สำเนียงจะออกเป็นว่า กิ๊น ไป๊ เป็นต้น ทั้งยังมีหลักฐานอ้างอิงไว้ในประวัติศาสตร์ของเมืองนครจำปาศักดิ์ด้วย จึงเป็นที่แน่ชัดว่าชาวบ้านกุดโง้ง เป็นชนเผ่าซันมาแต่กำเนิด เป)นชนคนละเผ่ากับชาวบ้านโพนข่าซึ่งสืบเชื้อสายมาจากชนเผ่าลาวเวียง ซึ่งจะสังเกตุจากสำเนียงการพูดนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ


ก่อตั้งสำนัก (ชั่วคราว)
เมื่อเจ้าชัยสารโพธิราช พร้อมด้วยพลพรรคผู้แกล้วกล้าสามารถรบชนะเจ้าของถิ่นเดิมคันประกอบด้วยชนเผ่าข่า ขอ เยอ ส่วย แล้วก็คิดที่จะหาที่อันเป็นชัยภูมิตั้งบ้านเมืองถาวรขึ้น โดยตั้งเป็นค่ายพักพิง (หรือแคมป์) ชั่วคราวขึ้น เพื่อนให้พลพรรคอาศัยอยู่เป็นหมวดหมู่อย่างมีความสุขสบาย และเรียกขานค่ายพักพิงอันนี้ว่า สำนัก หรือเพี้ยนไปเป็น จำนักเป็นหลักฐานสืบมาจนบัดนี้ เวลานี้ชนรุ่นหลังไม่รู้จักคำว่าสำนักมากนัก เพราะที่เขตสำนักนี้ทางการได้รวมเข้าเขตธรณีสงฆ์วัดบ้านกุดโง้งแล้ว และเขตสำนักนี้ถ้าเราจะสร้างถาวรวัตถุไว้เป็นอนุสรณ์ ก็จะดีไม่น้องทีเดียว สร้างบ้านถาวร การสร้างบ้านแปลงเมืองนี้ต้องใช้เวลาเป็นหลายๆ ปี และได้ตังมาก่อนเมืองศรสะเกษประมาณ 10ปี คือ เริ่มสร้างในวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 5 เมื่อราวปีพูทธศักราช 2320 จนถึงปัจจุบันประมารณ 200ปีเต็ม โดยเจ้าชายชัยสารโพธิราชได้ย้ายจากเขตสำนักเข้าไปตั้งอยู่ดอนเปือย ซึ่งเป็นชัยภูมิอุดมสมบุรณ์ มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก โดยรอบมีน้ำกุดโง้ง คำมะกุดและ คำมะคั่ง ให้พลพรรคจัดสร้างได้ตามพอใจ ให้ดูสวยงามพอสมควรแก่อัตภาพของแต่ละคนไป และแบ่งเป็นกลุ่ม เรียกว่า "คุ้ม" มีอยู่ 5 คุ้ม คือ:-

1.คุ้มบ้านมะกุด ตั้งอยู่ระหว่างคำมะกุด กุดโง้งและ คำมะคั่ง

2.คุ้มบ้านกลาง ตั้งอยู่ถัดออกมาทางทิศใต้ระหว่างหนองม่วงและหนองขุน

3.คุ้มบ้านซังขี้นาค ตั้งอยู่ถัดมาทางทิศตะวันตกตามริมฝั่งส่วนดค้งของห้วยแฮค

4.คุ้มบ้านกระจาย หรือบ้านนอก ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของหนองขุนและห้วยสะทุง

5.คุ้มบ้านน้อย ตั้งอยู่ริมฝั่งคำบ้านน้อยด้านทิศเหนือและกกโก หรือคำต้นโกเพื่อความผาสุกของประชาชนแต่ละคุ้ม ก็มีหัวหน้าปกครองดูแลความสุขทุกข์กันทุกคุ้ม เพียงแต่ให้มีนายตรวจตาแสงเท่านั้น นานตรวจหมู่บ้านมีอำนาจ มีสิทธิ์ตรวจเรียกระดมพลให้พร้อมสรรพ เมื่อมีเหตุร้ายอันตรายฉุกเฉินเกิดขึ้นแก่หมู่บ้าน ส่วนตาแสงนั้นคือตำแหน่งกำนันในสมัยปัจจุบันนี้นั้นเอง มีอำนาจเหนือกว่านายตรวจ เป็นผู้คอยเสนอสนองรับคำสั่งจากเจ้าชายชัยสาร รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาหารือกิจการบ้านเมืองคนสนิทด้วย เพื่อนบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนทั่วทุกครัวเรือน ก็เป็นอันว่าเจ้าชายชัยสารโพธิราช ได้สร้างบ้านแปลงเมืองสำเร็จเรียบร้อย ในสถานที่อันเป็นชัยภูมิที่มี "ดินดำน้ำสุ่ม" อุดมสมบูรณ์ด้วยข้าว น้ำ ปู ปลา อาหารต่าง ๆ บ่อดบ่อยาก ด้วยมีแหล่งน้ำล้อมรอบบ้านทั้ง 4 ทิศ คือ :- ทิศเหนือ มีหนองกุดโง้ง ห้วยแฮค และห้วยซัน ทิศใต้ มีหนองสะทุง และหนองเล็กหนองน้อย น้ำคำต่าง ๆ ทิศตะวันออก มีหนองขุน หนองม่วง เป็นหนองใหญ่โต มีน้ำเอ่อตลอดขวบปี ทิศตะวันตก มีห้วยแฮค กุดน้ำใส กุดบุ่มเบา ซึ่งเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ และเพราะปลูกพืชพันธุ์ ธัญญาหารได้ตลอดฤดุกาล

รูปร่างลักษณะเจ้าชายชัยสาร
เจ้าชัยสารโพธิราช ผู้ก่อตั้งสร้างบ้านกุดโง้งนั้น เล่ากันมาว่า เป็นคนที่น่าเคารพนับถือ ทั้งน่าเกรงขาม รูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางองอาจ สง่างามตามแบบฉบับของชายชาติทหารทุกประการ มีน้ำใจเด็ดเดี่ยว เฉียบขาด มีความสามารถสูง มีไมตรีกับผู้เป็นมิตร แต่เป็นภัยสำหรับศัตรู แะเชื่อตนเอง มีเหตุผล เผชิญสู้ศัตรูทุกด้านด้วยความเข้มแข็ง อดทนเป็นเลิศ ยึดหลักความสามัคคีในการสร้างบ้านแปลงเมืองด้วยคติพจน์ "ไพร่บ่พร้อมแปลงบ้านบ่ฮุ่งเฮือง" และเป็นที่รัก "ปิยะบุรุษ" สำหรับปวงชนทุกเพศวัย ประกอบด้วยสติปัญญาสูง มีนัยน์ตายาวไกลแหลมคม สามารถเลือกสรรที่อันเป็นชัยภูมิดีเลิศ คือที่ตั้งบ้านกุดโง้งอันรุ่งเรืองผืนนี้เอาไว้เป็นมรดกตกทอดมาถึงลูกหลาน เหลนชาวบ้านกุดโง้งในปัจจุบันนี้ เป็นพระคุณอันสูงสุด เป็นปฐมบุรุษที่น่ากราบไหว้เคารพนับถืออย่งสูง เทิดทูนไว้เหนือสิ่งอื่นใดของหมู่เฮา มิรู้ลืมตลอดกาลนาน บัดนี้ ในปี 2525 บ้านกุดโง้งที่ท่านได้สร้างไว้เมื่อปี พ.ศ. 2320 นั้นก็มาบรรจบครบ 200 ปีพอดี จึงสมควรที่หมู่เฮาลูก หลาน เหลนของท่านจะได้ทำการเฉลิมฉลองบ้านรำลึกถึงคุณท่านด้วยความเบิกบานใจ จัดให้เป็นวันสำคัญของบ้าน คือ จัดให้เป็น "วันกุดโง้งชัยสารรำลึก" เป็นประเพณีสืบไป.

เล่าถึง...บ้านกุดโง้งเมื่ออายุ 200 ปี
บ้านกุดโง้งได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2320 จวบถึง พ.ศ. 2550 เป็นเวลา 230 ปี จัดว่าเป็นหมู่บ้านเก่าแก่หมู่บ้านหนึ่งในเขต ตำบลโพนข่า อำเภอเมืองฯ จังหวัดศรีสะเกษ (จังหวัดขุขันธ์เดิม) ความเจริญของท้องถิ่นได้รุดหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ยิ่งนานเท่าไรก็ยิ่งมีประชาชนที่เป็นชาวกุดโง้งเอง และผู้ที่มาจากท้องถิ่นอื่นเข้ามาอยู่อาศัยมีจำนวนมากยิ่งขึ้น แสดงว่าชัยภูมิที่ตั้งหมู่บ้านมีความสะดวกสบาย การคมนาคมสะดวก ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ บุคคลสติปัญญาดีจนทางการจัดให้เป็นหมู่บ้านพัฒนาตัวอย่างของตำบล บ้านกุดโง้งยุคใหม่ มีสิ่งใหม่ๆ ปรากฏขึ้นมากมายทั้งที่เป็นรูปธรรมนามธรรม อารยธรรมยุคใหม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านอย่างน่าแปลกตาตื่นใจ แต่ก่อนเก่า ในยามค่ำคืนชาวบ้านได้เคยอาศัยแสงสว่างจากไฟตะเกียงมันเมล็ดสบู่ดำ (บักเยาบ้านเฮานั้นล่ะ) น้ำมันก๊าด และไต้น้ำมันยาง ดวงไฟอันน้อยนิดริบหรี่ บัดนี้แทบจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ปรากฏให้เห็นเลย สิ่งที่มาแทนที่ก็คือ ความโชติช่วงชัชวาลของแสงไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นตามถนนหนทางเคหสถานบ้านอยู่อาศัยใหญ่น้อย วัดวาอาราม โรงเรียน และ ฯลฯ ทุกครัวเรือนจะมีเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ ตู้เย็นเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เครื่องสุขภัณฑ์ในบ้านและรถยนต์ ลักษณะของบ้านอยู่อาศัยก็เปลี่ยนไปจากที่เคยสร้างบ้านด้วยไม้ที่หามาได้ตามป่าและเลื่อยด้วยฝีมือหยาบๆ มาเป็นบ้านตึกก่ออิฐถือปูนเหมือนที่เคยเห็นในเมืองใหญ่ๆ ในด้านการศึกษา ราษฎรได้รับการศึกษาขั้นประถมอย่างทั่วถึง ขั้นมัธยม 100% ขั้นอุดมศึกษาระดับปริญญาตรี-ปริญญาโท ประมาณ 70% ในส่วนการศึกษาฝ่ายปริยัติธรรม พระภิกษุสามเณรได้รับความสำเร็จในการศึกษาฝ่ายปริยัติธรรมมีจำนวนมากเป็นที่น่าพอใจ ระดับการศึกษาของพระภิกษุสามเณรนี้ เป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นคุณภาพของภิกษุสามเณรชาวบ้านกุดโง้ง และความเจริญไพบูลย์ แห่งพระพุทธศาสนา ที่ชาวบ้านได้อุทิศตนจรรโลงไว้ด้วยดีตลอดมา ผู้ชายที่มีอายุครบบรรพชาอุปสมบท ชาวบ้านกุดโง้งจะไม่มีการละเว้นบรรพชาอุปสมบทเลย จะละเว้นบ้าง เฉพาะผู้ที่มีอวัยวะพิการ หรือไม่สมประกอบทางกายและจิตใจและที่สำคัญคือ ผู้ที่สึกออกมาเป็นฆราวาสก็ได้อุทิศตนรับใช้พระศาสนา และบ้านเกิดเมืองนอนของตนตามกำลังความสามารถด้วยดีตลอดมา ในด้านการประกอบอาชีพ ชาวกุดโง้งเป็นคนมีนิสัยขยันขันแข็งและตื่นตัวเสมอ หมั่นเสาะแสวงหางานที่มีรายได้ดีตรงกับรสนิยม เป็นอิสระแก่ตัวมากขึ้น ผู้ที่สามารถใช้แรงงาน ส่วนมากจะอาชีพทำทั้งปี และมีรายได้ดีพอสมควร อาชีพที่ทำกันส่วนมากได้แก่ เกษตรกรรม งานบริษัท ช่างเครื่องยนต์ ข้าราชการ ค้าขาย ขับรถยนต์ และ ฯลฯ

ที่มา : จากหนังสือ "กุดโง้งบ้านเรา" อนุสรณ์ เนื่องในงานมหากุศลผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิต อุโบสถวัดบ้านกุดโง้ง วันที่ 22-26 มีนาคม 2526

บ้านกุดโง้ง ตำบลโพนข่า อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ 33000
© Copyright 2006, www.ban-kutngong.com., All rights reserved
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซค์ : baankutngong@yahoo.com
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์โดย : วินกุดโง้ง